Wealth GPS
ก้าวข้ามการคำนวณแบบเส้นตรงที่ให้ผลตอบแทนคงที่ ด้วยการจำลองสถานการณ์ความน่าจะเป็น ทั้งช่วงตลาดขาขึ้น ขาลง และวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อให้แผนเกษียณของคุณใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
กรอกแค่เงินเดือนกับรายจ่ายต่อเดือน — ระบบจะปรับอัตราออม พอร์ต รายจ่ายหลังเกษียณ และตั้งค่าอื่นๆ ให้เป็นจุดเริ่ม จากนั้นดูโอกาสเกษียณและคำแนะนำอัตโนมัติ
Philosophy
เน้นเพิ่มโอกาสบรรลุเป้าหมาย · บริหารสินทรัพย์และหนี้สินอย่างเป็นระบบ · จัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
กราฟจำลองความมั่งคั่ง (โอกาสสำเร็จ 10% / 50% / 90%)
เส้นทึบ = พอร์ตลงทุนสภาพคล่อง (ใช้คำนวณการเกษียณ) · เส้นประ = ความมั่งคั่งสุทธิ (Net Worth) รวมสินทรัพย์อื่นหลังหักค่าเสื่อม · จำลองทั้งหมด 320 รูปแบบ
กฎ 4% คืออะไร? ทำไมเป้าหมายเกษียณถึงเป็น 25 เท่าของค่าใช้จ่ายรายปี?
กฎการถอนเงิน 4% (4% Rule) อ้างอิงจากงานวิจัยทางการเงิน (เช่น Trinity Study) ที่สรุปว่า: ในปีแรกของการเกษียณ หากคุณถอนเงินจากพอร์ตการลงทุน 4% ของมูลค่าพอร์ตทั้งหมด และในปีต่อๆ ไปปรับเพิ่มจำนวนเงินที่ถอนตามอัตราเงินเฟ้อ พอร์ตการลงทุนของคุณจะมีโอกาสสูงมากที่จะอยู่รอดได้ตลอด 30 ปีของการเกษียณ
เมื่อคำนวณกลับกัน การที่คุณจะถอนเงิน 4% (หรือ 1/25) ออกมาใช้ได้พอดีกับค่าใช้จ่าย แปลว่าคุณต้องเตรียมพอร์ตการลงทุนให้มีขนาด 25 เท่าของค่าใช้จ่ายรายปี ณ วันที่เริ่มเกษียณ นี่จึงเป็นที่มาของเส้น “เป้าหมายเงินก้อน” บนกราฟ
ข้อควรระวัง: ในความเป็นจริง ตลาดการเงินไม่ได้ให้ผลตอบแทนคงที่ทุกปี ลำดับของผลตอบแทน (Sequence of Returns) ในช่วงที่เริ่มถอนเงินมีผลกระทบอย่างมาก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น อาจทำให้กฎ 4% ไม่เพียงพอ เครื่องมือ Wealth GPS จึงใช้การจำลองความน่าจะเป็น เพื่อให้คุณเห็นภาพความเสี่ยงที่ชัดเจนกว่าการใช้สูตรตายตัว
GPS Status
อยู่ในเกณฑ์ดี (On Track)
แผนการเงินของคุณมีโอกาสสำเร็จสูง สามารถดำเนินการตามแผนต่อไปได้ แต่ควรทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ
เป้าเงินก้อน (≈ 25× ค่าใช้จ่ายรายปี ณ เกษียณ — กรอบ 4% rule): ฿31,406,669
มูลค่าเป้าหมาย ณ วันเกษียณ
เป้าหมายเงินก้อน ฿31,406,669 ณ อายุ 55 (คำนวณรวมอัตราเงินเฟ้อ ~3.0% ต่อปีแล้ว)
≈ ฿15,000,000
เทียบเท่าอำนาจซื้อในมูลค่าเงินปัจจุบัน
การจำลองช่วงหลังเกษียณ: การถอนเงินและการเติบโตของพอร์ต
จำลอง สามเส้น โดยใช้มูลค่าพอร์ต ณ วันเกษียณจากแบบจำลองก่อนเกษียณที่ P10 / P50 / P90 (กรณีโชคร้าย · กลาง · โชคดี) เป็นจุดเริ่มต้นแยกกัน และถอนเงินเพื่อรักษา มาตรฐานการใช้ชีวิตเท่ากับปัจจุบัน (ยอดถอนจะเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อที่ตั้งไว้ — เส้นเดียวกันทุกกรณี) ส่วนเงินที่เหลือในพอร์ตจะเติบโตในอัตราแบบอนุรักษ์นิยมที่ประมาณ 6.5% ต่อปี
ณ อายุ 55 — จุดเริ่มพอร์ต (P10 / P50 / P90)
- P10฿28,322,166
- P50฿54,404,172
- P90฿110,545,305
จากการจำลองก่อนเกษียณ (พอร์ตสภาพคล่อง)
ยอดถอนเงินเดือนแรกหลังเกษียณ
฿104,689
เทียบเท่าค่าใช้จ่าย ฿50,000/เดือน ในปัจจุบัน(ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ ~3.0% ต่อปี จนถึงวันเกษียณ)
เส้นสีส้ม = ยอดถอนรวมต่อปี (เดียวกันทุกกรณี; จะสูงขึ้นหากคำนวณเงินเฟ้อ) · เส้นเทา = พอร์ตถ้าเริ่มจาก P10 ณ เกษียณ · เขียว = P50 · ฟ้า = P90 (มูลค่าต้นปีหลังถอนและรวมผลตอบแทนหลังเกษียณ)
เป้าหมายเงินก้อน (25 เท่าของรายจ่าย)
฿31,406,669
เงินออมเพื่อลงทุนต่อเดือน
฿10,000
≈ 12.5% ของรายได้
รูปแบบการลงทุน
พอร์ตผสมตามสัดส่วน
ผลตอบแทนราว 13.0% · ความผันผวนราว 13% ต่อปี
จำลองวิกฤตเศรษฐกิจ (Stress Test)
จำลองพอร์ตลดลงราว 35% ในครั้งเดียว ณ อายุ 36 ปี (ช่วงต้นแผน)
ทำไมถึงมีโหมด “ทุก 10 ปี” และควรตั้งดรอปเท่าไร?
ไม่ได้หมายความว่าโลกจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทุก 10 ปีแบบตารางนัด — แต่ประวัติการเงินหลายศตวรรษมักพบว่า วิกฤตการเงินเกิดโดยเฉลี่ยราวทุก 10 ปี (เช่น มุมมองของ Charles Kindleberger) ช่วงห่างจริงไม่เท่ากัน และบางทศวรรษมีหลายครั้ง
ตัวอย่างที่จำได้ง่าย: วิกฤตใหญ่ 1929, Oil Shock 1973, วิกฤตเอเชีย 1997, Dot-com 2000, วิกฤตการเงินโลก 2008 — S&P ช่วง 2008 ลึกราว 57% จากจุดสูง; 2020 ร่วงแรงแต่ฟื้นเร็วราว 34% ช่วงขาลง — ใช้อ้างอิงลำดับผลตอบแทน (sequence of returns)
ในแบบจำลองเกษียณง่ายๆ หากสมมติช็อกเป็นช่วงๆ ทุก 10 ปี มักทดสอบพอร์ตเน้นหุ้นด้วยการดรอปประมาณ 30–50% ในปีวิกฤต; พอร์ตผสม (หุ้น + ทอง + ตราสารหนี้ ฯลฯ) มักใช้ช่วงราว 25–40% ขึ้นกับสัดส่วน — แล้วดูว่ายังออม/ถอนอยู่รอดตามสมมติฐานหรือไม่
กดปุ่มด้านบนเพื่อเปรียบเทียบแผนการเงินในสถานการณ์ปกติ กับสถานการณ์ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ